ไปไม่รอด ก็เดินให้จับ!!! เดียวก็ถูกส่งกลับประเทศ ฟังชัดๆจากปากมอดไม้เขมรบุกทับลานตัดไม้พะยูง พร้อมแฉทุกรายละเอียด (มีคลิป)




ครบุรี – วันที่ 20 ก.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในการไล่ล่าตัวกลุ่มชาวกัมพูชาที่หลบหนีเข้าไปตัดไม้พะยูงภายในเขตป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน บริเวณป่าด้านทิศใต้บ้านหนองไทร ต.ลำเพียก อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ของชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยูงท้องที่อำเภอครบุรี หลังจากได้รับการแจ้งเตือนจากศูนย์เฝ้าระวังอุทยานแห่งชาติทับลาน  ซึ่งทางกล้องเอ็นแคป (NCAPS) สามารถจับภาพกลุ่มคนร้ายขณะกำลังขนลำเลียงไม้ออกมาจากป่า เมื่อกลางดึกวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังออกติดตามตัวมาถึงวันนี้เป็นวันที่ 3 แล้ว ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวชาวกัมพูชาได้รวมทั้งหมด 21 ราย พร้อมไม้ของกลางจำนวน 99 แผ่น ปริมาตรรวม 1.75 ลบ.ม.มูลค่าเกือบ 2 ล้านบาท

 


 

 


จากการสอบถาม นายดา หลอด อายุ 24 ปี หนึ่งในชาวกัมพูชาที่ถูกจับกุม เล่าถึงรายละเอียดเกี่ยวกับขบวนการนี้ว่า ที่ฝั่งกัมพูชา จะมีนายทุนใหญ่คนหนึ่งเป็นผู้ว่าจ้างให้นายหน้าในพื้นที่ติดต่อหาแรงงานมาร่วมขบวนการเพื่อเข้ามาทำไม้พะยูงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เนื่องจากเป็นจุดที่มีไม้พะยูงแหล่งใหญ่ที่สุด เมื่อรวบรวมพลได้มากพอ ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องรวมกลุ่มกันให้ได้ 30 คน ขึ้นไป ทางนายหน้าชาวกัมพูชาก็จะนำไปส่งไว้ตามแนวตะเข็บชายแดนไทย – กัมพูชา ด้านอำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่เป็นแนวช่องทางธรรมชาติ ซึ่งสามารถเดินข้ามผ่านไปได้ ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งวัน จากนั้นจะมีนายหน้าชาวไทยนำรถยนต์มารอรับ ซึ่งก็จะมีทั้งรถกระบะ รถเก๋ง และรถยนต์อเนกประสงค์ ครั้งละไม่เกิน 4 คัน และจะให้ผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดอัดทับกันเข้าไปในรถคันละ 10 – 15 คน หากเป็นกระบะก็จะมีผ้าใบปิดทับ ซึ่งต้องใช้ความอดทนอย่างมากในการเดินทาง เพราะต้องใช้เวลาในการเดินทางนานเกือบครึ่งวัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะใช้ช่วงกลางคืนในการเดินทางเพื่อให้ง่ายต่อการหลบเลี่ยงด่านตรวจ

พอมาถึงที่หมาย ซึ่งเป็นบริเวณชายป่าก็จะมีคนนำทางชาวไทยมารอรับ พร้อมรวบรวมเสบียงจัดเตรียมเอาไว้ให้ โดยเสบียงทั้งหมดจะถูกจัดเตรียมให้ดำรงชีพอยู่ได้ประมาณ 4-7 วัน แล้วแต่ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการทำไม้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่เกิน 7 วัน ต้องใช้เวลาในการเดินเข้าไปในป่าประมาณ 1 – 2 วัน จึงจะถึงที่หมาย บางครั้งก็จะต้องลงมือทำการตัดและแปรรูปไม้เอง แต่บางครั้งก็จะมีการจัดเอาไว้รอแล้ว ไม้ที่แปรรูปก็จะทำเป็นแผ่นยาวประมาณ 1 เมตร 20 เซนติเมตร เพื่อให้ง่ายต่อการขน จากนั้นทำเป็นเป้เพื่อให้แบกออกมาได้สะดวก ประมาณเป้ละ 40 – 70 กิโลกรัม ใช้เวลาประมาณ 2 วัน กลับมายังจุดที่เข้าไปตอนแรก เมื่อถึงก็จะมีการส่งสันญาณเรียกทั้งทางมือถือ หรือทางวิทยุสื่อสาร ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนไทยที่ถือไว้เพื่อใช้สื่อสาร กับคนดูต้นทาง ที่จะมีการกระจายกำลังเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน เหมือนเช่นกรณีในครั้งนี้มีต้นทางแจ้งเตือนว่ากำลังจะมีเจ้าหน้าที่ออกตรวจในจุดที่จะรับส่งไม้ ให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าหน้าที่รู้จุดที่ซ่อนจากภาพของกล้องเอ็นแคปแล้ว

นายดา หลอด เล่าอีกว่า ในกรณีที่งานสำเร็จ เมื่อมีรถมารับไม้ทั้งหมดไปแล้ว ก็จะมีการประสานรถมารับคนอีกรอบ เพื่อพากลับประเทศ เหมือนครั้งที่พามา จากนั้นเมื่อไม้ทั้งหมดข้ามฝั่งไปได้แล้ว ก็จะมีการจ่ายเงินค่าจ้างตามน้ำหนักไม้  โดยไม้ทุกแผ่นจะมีการเขียนชื่อของผู้ที่ขนไม้เอาไว้ ซึ่งจะแบ่งกันตั้งแต่อยู่ในป่าแล้ว ราคาก็จะอยู่ตามคุณภาพและความสวยของไม้ เฉลี่ยประมาณ กิโลกรัมละ 200 – 250 บาท แต่สำหรับในกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดยึดไม้ของกลางได้ก่อนก็ถือว่าเสียเวลาเปล่า  และจะไม่มีรถมารับกลับบ้าน แรงงานที่มาต้องพึ่งตัวเองในการหาวิธีการกลับบ้าน บางครั้งก็จะมีหัวหน้าชุดประสานงานติดต่อรถมารับกลับ แต่ในกรณีที่แยกกับหัวหน้าชุด จะใช้วิธีสุดท้ายด้วยการออกไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ เพราะในกรณีที่ไม่มีหลักฐานไม้ของกลาง ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวและผลักดันกลับประเทศภายใน 1 สัปดาห์


 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน




ข่าวที่เกี่ยวข้อง