ปิดตำนานทหารกล้า!!พลฯปาน ดาวกระจาย ทหารกล้าคนสุดท้ายสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นลมอย่างสงบด้วยวัย 98 ปี-เป็นเพื่อนรัก“จ่าดำ”อนุสาวรีย์วีรไทย




(12 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงงานว่าที่ บ้านเลขที่ 194 บ้านบางตะเภา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการประกอบพิธีรดน้ำศพ  พลฯ  ปาน  ดาวกระจาย อายุ 98 ปี อดีตทหารผ่านศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคชราอย่างสงบเมื่อวานนี้ (11 ต.ค.)  โดยมีนายวันชัย ดาวกระจาย  อายุ 54 ปี ส.อบต.ท่ายาง และนายวิสันต์ ดาวกระจาย อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ท่ายาง นายมนูญ ดาวกระจาย อายุ 65 ปี  อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ท่ายาง ลูกชายของ พล.ฯปาน ดาวกระจาย ผู้ตายพร้อมลูก ๆ หลาน ๆ และญาติ ๆ ร่วมกันคอยต้อนรับแขกเหรื่อที่มาร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

                นายวิสันต์  ดาวกระจาย  อายุ 49 ปี เปิดเปิดเผยว่า บิดา ท่านเคยเป็นทหารผ่านศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือ “สงครามมหาบูรพาเอเชีย” เมื่อประมาณ 76 ปีที่ผ่านมา โดยบิดาอายุ 22 ปีเป็นทหารกองประจำการณ์สังกัดบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 6 และได้เข้าร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารรุ่นเดียวกันจนเสร็จสิ้นสงครามซึ่งจากการต่อสู้ในสมรภูมิรบดังกล่าวทำให้เพื่อนทหารล้มตายจำนวนมาก  แต่บิดาพร้อมเพื่อนทหารจำนวนหนึ่งรอดชีวิตกลับมาได้อย่างเหลือเชื่อ และเมื่อเสร็จสิ้นสงครามและปลดประจำการณ์บิดาและเพื่อน ๆ ที่เคยร่วมสมรภูมิรบได้ต่างแยกย้ายกันกลับภูมิลำเนา โดยบิดาได้เล่าเรื่องราวให้ตนและลูกหลานฟังอย่างภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเสียสละ ทุ่มเทเพื่อปกป้องอธิปไตยอย่างกล้าหาญ  รวมทั้งบอกเล่าให้ฟังถึงเพื่อน ๆ ของท่านที่รอดชีวิตว่ามีใครบ้าง

                “อย่างไรก็ตามบิดาจะพยายามประสานงานติดต่อเพื่อน ๆไร่วมสมรภูมิรบหลายคนที่อยู่ในเขต อ.ทั่งใหญ่และใกล้เคียง แต่เนื่องจากการคมนาคมและเทคโนโลยีในสมัยก่อนไม่สะดวกเหมือนในปัจจุบันทำให้การเดนทางไปพบปะหรือติดต่อกันทำได้ค่อนข้างยากลำบาก และทราบว่าเพื่อน ๆ แต่ละคนได้ทยอยเสียชีวิตไปเรื่อย ๆ เพราะต่างก็อยู่ในวัยชรา จนกระทั้งเมื่อวานนี้  บิดามาเสียชีวิตอย่างสงบที่บ้าน ซึ่งคาดว่าจะเป็นอดีตทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือสงครามมหาเอเชียบูรพาเป็นคนสุดท้ายของ อ.ทุ่งใหญ่ หรืออาจจะเป็นคนสุดท้ายของจังหวัดนครศรีธรรมราชก็เป็นได้ เพราะเราไม่ทราบว่าเพื่อน ๆ ร่วมสมรภูมิรบของบิดาในปัจจุบันจะยังมีใครมีชีวิตอยู่อีกบ้างหรือไม่ แต่สำหรับในพื้นที่ อ.ทุ่งใหญ่ บิดาเป็นคนสุดท้าย”

นายวิสันต์ ดางกระจาย กล่าวอีกว่า การจากไปของบิดาสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้ตนลูืกหลานรวมทั้งญาติ ๆ เป็นอย่างมาก ทำให้เป็นที่โศกเศร้าของลูกหลาน และญาติพี่น้อง และทุกคนจะร่วมกันจะจัดงานบำเพ็ญกุศลศพให้กับท่านอย่างสมเกียรติ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติให้ ในฐานะทหารกล้าที่เคยเสียสละร่วมสู้รบเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยอย่างมีความสุขมาจนถึงปัจจุบัน และบิดายังบอกว่าเป็นเพื่อนกับ “จ่าดำ” ที่เสียชีวิตในสมรภูมิรบและเป็นต้นแบบของการสร้างอนุสาวรีย์วีรำทย หรือ “พ่อต่าดำ” ภายในค่ายวชิราวุธ กองทัพภาคที่ 4  ต.ปากพูน  อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ส่วนกำหนดฌาปนกิจบิดา นั้นทางญาติ ๆ จะปรึกษาหารือกำหนดวันฌาปนกิจที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง นายวิสันต์ กล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา เป็นส่วนหนึ่งของสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2482 ประเทศที่เข้าร่วมสงครามจำกัดอยู่เพียงกลุ่มประเทศตะวันตกคือ เยอรมัน อังกฤษและฝรั่งเศสเป็นหลัก ในขณะที่ทางฝั่งเอเชียก็เกิดสงครามระหว่างจีนและญี่ปุ่นที่สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งในดินแดนตอนใต้ของแมนจูเรียตั้งแต่ พ.ศ. 2474 สงครามที่เกิดขึ้นในสองทวีปนี้ได้เชื่อมโยงเป็นกระบวนการเดียวกันอย่างหลวมๆ และขยายวงมาถึงดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ภายหลังจากฝรั่งเศสยอมแพ้แก่เยอรมันในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2483  ซึ่งความพ่ายแพ้ของฝรั่งเศสต่อเยอรมันทำให้เกิดภาวะสูญญากาศทางการเมืองขึ้นในอาณานิคมของฝรั่งเศสหรือที่เรียกว่าดินแดนอินโดจีนฝรั่งเศส (ประเทศเวียดนาม ลาว และกัมพูชาในปัจจุบัน) ภาวะดังกล่าวได้กลายเป็นโอกาสให้ญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงกิจการในดินแดนนี้ด้วยการขอให้รัฐบาลอินโดจีนของฝรั่งเศสปิดแนวชายแดนที่ติดต่อกับจีน เพื่อป้องกันการส่งกำลังช่วยเหลือให้กับรัฐบาลนายพลเจียงไคเช็กที่จุงกิง ซึ่งกำลังทำสะครามยืดเยื้อกับญี่ปุ่นอยู่ และในเดือนกันยายนได้ทำสัญญายินยอมให้ญี่ปุ่นตั้งกองทหารในอินโดจีนได้ จากความพยายามขยายอำนาจของญี่ปุ่นในเอเชียนับตั้งแต่จีนมาจนถึงอินโดจีนฝรั่งเศส  ทำให้อังกฤษ ดัชต์และสหรัฐอเมริกา ประเทศเจ้าอาณานิคมตัดสินใจดำเนินมาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่อญี่ปุ่น เพื่อกดดันให้ญี่ปุ่นให้ยุติสงครามกับจีนและถอนกำลังทหารออกจากอินโดจีนของฝรั่งเศส

                “ญี่ปุ่นตัดสินใจตอบโต้การปิดล้อมทางเศรษฐกิจด้วยการส่งกองกำลังเข้าโจมตีดินแดนอาณานิคมทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 เริ่มจากคาบสมุทรมาเลย์ โดยยกพลขึ้นบกตามแนวชายฝั่งอ่าวไทยเช่นที่ปัตตานี สงขลา บางปู พร้อมกับส่งทหารโจมตีมณฑลกวางตุ้งและเกาะฮ่องกงของอังกฤษ ส่งเครื่องบินโจมตีฟิลิปปินส์อาณานิคมของสหรัฐอเมริกา ฐานทัพเรือของสหรัฐอเมริกาที่อ่าวเพิร์ล สองวันหลังจากเปิดแนวรบไปทั่วมหาสมุทรแปซิฟิค รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้บัญญัติชื่อเรียกสงครามครั้งนี้ว่า “Greater East Asia War”ซึ่งสถานการณ์สงครามที่ขยายตัวและเชื่อมโยงกันอย่างหลวม ๆ นี้กลายเป็นที่มาของคำเรียกสงครามโดยรวมว่า “สงครามโลกครั้งที่ 2”

                สำหรับประเทศไทย เมื่อรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ตกลงเข้าร่วมกับญี่ปุ่นในการทำสงครามเมื่อต้นปี พ.ศ. 2484 จึงได้ถอดเอาความหมายของ “Greater East Asia War” เป็นคำว่า “สงครามมหาเอเชียบูรพา” ช่วงระยะเวลา 4 ปีในระหว่างสงครามมหาเอเชียบูรพานับเป็นช่วงเวลาพิเศษของประวัติศาสตร์การเมืองไทย เนื่องจากการเมืองภายในได้ถูกผูกโยงเข้ากับสถานการณ์ระหว่างประเทศอย่างซับซ้อน ผลกระทบจากการเข้าร่วมสงครามต่อการเมืองไทย มีทั้งผลในทางตรงและทางอ้อมที่สืบเนื่องต่อมาในระยะยาวและผลกระทบเพียงระยะสั้นๆ เฉพาะในช่วงเวลาดังกล่าว  โดยในประเทศไทย ญี่ปุ่น ยกพลขึ้นบกพร้อมกันที่ สมุทรปราการ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา ปัตตานี นครศรีธรรมราช และ ปราจีนบุรี โดยที่ฝ่ายไทยไม่คาดคิด


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน




ข่าวที่เกี่ยวข้อง