ทวงคืน!! พญาเสือสนธิกำลังอุทยานฯ ทหาร ตร.ยึดคืนผืนป่ารวบม้งบุกรุกป่า อ้างไม่รู้ที่อุทยานฯ อีกทั้งตรวจแปลงปลูกป่าพบ 100ไร่ถูกรุกเหลือแค่15ไร่




    เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 20 ต.ค.2560 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดฉก.พญาเสือ กรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายพงศ์สรรค์ ดิษฐานุพงศ์ หัวหน้าอุทยานฯลำคลองงู นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานฯเขาแหลม หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ. 4,กจ. 6 เจ้าหน้าที่ตำรวจปทส. ทหารฉก.ลาดหญ้า นำกำลังกว่า 40 นาย เดินทางไปยังพื้นที่ป่าบ้านเขาพระอินทร์ ม.5 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี หลังจากสืบทราบว่ามีการบุกรุก พื้นที่อุทยานลำคลองงู เป็นจำนวนมาก กำลังเจ้าหน้าที่เดินทางจากอุทยานฯลำคลองงู ไปยังพื้นที่เป้าหมายจุดแรก ด้วยความลำบากเนื่องจากเส้นทาง ลักษณะเป็นป่าเขาต้องใช้รถกระบะปิคอัพชนิดขับเคลื่อน4ล้อ ขึ้นเขาลงห้วยไปตลอดทางระยะกว่า 30 กม. ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงถึงพื้นที่ป่าบ้านเขาพระอินทร์

เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่กระจายกำลังเข้าตรวจสอบ พบว่ามีการปรับพื้นที่เตียนโล่งปลูกผักกาด มีท่อน้ำพีวีซีติดสปริงเกอร์ทั่วบริเวณ ต้นไม้ขนาดใหญ่ถูกตัดโค่นเหลือแต่ตอกระจายไปทั่ว รวมทั้งต้นไม้ขนาดใหญ่อีกกว่า30ต้น ถูกกรานรอบต้น และเจาะเป็นช่องขนาดฝ่ามือรอบต้น เพื่อใส่ยาให้ต้นไม้ตาย  เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบพิกัดดาวเทียมอย่างละเอียด พบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติลำคลองงูจำนวน 7 ไร่ ขณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพบ นายหนอเจา แซ่ย่าง อายุ 54ปี เป็นชาวม้ง อยู่เลขที่ 48/34 ม.6 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ อ้างว่าพื้นที่ทั้งหมดได้เช่าจากเจ้าของพื้นที่ และไม่ทราบว่าบางส่วนอยู่ในเขตอุทยานฯลำคลองงู ส่วนต้นไม้ที่ถูกเจาะนั้น ได้จ้างคนงานทำให้ตาย เพื่อโค่นทิ้งให้พื้นที่เตียน  เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายหนอเจา พร้อมทำการตรวจยึดพื้นที่รวมทั้งเครื่องสูบน้ำ1เครื่อง  นำส่งพนักงานสอบสวนสภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดี

 


    ต่อมากำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจุดที่2บริเวณพื้นที่สวนป่า ซึ่งอยู่ติดกับเขาเทวดาใกล้จุดแรก พบว่าในพื้นที่มีต้นสักเพียงแค่15 ไร่ของพื้นที่จำนวน100ไร่ มีการบุกรุกแผ้วถางปลูกมันสัมปะหลังและมันเทศ จำนวน87ไร่ ขณะปฏิบัติการไม่มีผู้ใดอยู่ในพื้นที่

   นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดฉก.พญาเสือ เปิดเผยว่า คณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว โดยเรียกผู้ครอบครองในพื้นที่แปลงปลูกป่า จำนวน4ราย มาให้การและทำบันทึกเบื้องต้น มีนายชาญ หน่อยบิดา นายไชยา กว้างขวาง นายวิไล สีอ้วน และนายสมพงษ์ วงเวียน โดยทั้งหมดให้การว่า ได้เข้ามาทำกิน ปลูกข้าว,ข้าวโพด,มันสำปะหลัง ในแปลงปลูกป่าดังกล่าว ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2546 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 87 ไร่ และทราบดีว่าพื้นที่ที่พวกตนทำกิน เป็นพื้นที่แปลงปลูกป่าของทางราชการ

   นายชัยวัฒน์ เผยต่อว่า ในขณะนี้เหลือพื้นที่แปลงปลูกป่าสักจำนวน100ไร่ เหลือเพียงแค่ 15ไร่ จึงเห็นควรให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ในขณะนั้นแปลงสวนป่ามีงบประมาณปลูก และบำรุงต่อเนื่องมา10ปี พิจารณาว่า เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่ได้รับงบประมาณ ปล่อยปละละเลย หรือมีการเบิกจ่ายงบประมาณ ทั้งที่ไม่มีต้นสักเหลืออยู่เลยหรือไม่อย่างไร จึงเห็นควรว่าจะเสนอผู้บังคับบัญชาระดับสูง พิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ และการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อไป ส่วนกลุ่มผู้บุกรุกทั้ง4ราย จะดำเนินการตามกฏหมายต่อไป


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน




ข่าวที่เกี่ยวข้อง