สุดดุเดือด !!จนท.ทุ่งใหญ่นเรศวร ปะทะกลุ่มพรานป่า ก่อนเป่านายพรานตาย1จับได้อีก 1 จนท.ปลอดภัย ยึดซากสัตว์ป่าเพียบ




    เมื่อเวลา 11.00 น.นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดฉก.พญาเสือ กรมอุทยานฯ เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปยังบริเวณกลางป่าลึกห่างหน่วยพิทักษ์ป่าภิกขุกว่า10กม. พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก บ้านห้วยเสือม.1ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี โดยนำเสบียงอาหารไปให้แก่เจ้าหน้าที่ในบริเวณดังกล่าว

 

   
 

บริเวณกลางป่าลึก ลักษณะเป็นหุบเขาใกล้ห้วยน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการตัดฟันดงกล้วยป่า จนเป็นพื้นที่โล่งให้ฮ.ได้นำเครื่องลง หลังฮ.ได้ลงจอดสนิท พบว่านายวัลลภ พิสุทธิ์พิเชษฐ์ ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า นายวิเชียร ชินวงศ์ หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก พตอ.วุฒิพงศ์ เย็นจิตต์ ผกก.สภ.ทองผาภูมิ ปลัดป้องกัน อ.ทองผาภูมิ และกำลังเจ้าหน้าที่ กว่า 20 นาย รออยู่ในพื้นที่ โดยมีศพของนายเทวัญ บำรุงเชื้อ อายุ20ปี พรานป่า คนในหมู่บ้านห้วยเสือ ม.1 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ ที่ถูกกระสุนปืนบริเวณศรีษะด้านซ้ายเสียชีวิต ถูกห่อด้วยผ้า ใกล้กันมีถุงปุ๋ยใส่ซากสัตว์ป่าหลายชนิด ประกอบด้วยเม่น 2 ตัว อีเห็น2ตัว กบทูปน้ำหนักกว่า5กก. อาวุธปืนแก๊ปยาว2กระบอก อุปกรณ์ยังชีพในป่าอีกหลายรายการ โดยมีนายมูซอ ไม่มีนามสกุลชาวพม่า อายุ 28 ปี พรานป่าที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ นั่งอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่


   นาย ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดฉก.พญาเสือ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อเย็นวานนี้(10พ.ย.) ได้รับรายงานจากนายวิเชียร ชินวงศ์ หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก ว่าเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนหน่วยพิทักษ์ป่าภิกขุ ปะทะยิงต่อสู้กับกลุ่มพรานป่าที่ลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่า โดยจับกุมผู้กระทำผิดได้1คนคือนายมูซอร์ ไม่มีนามสกุลชาวพม่า พร้อมของกลางอาวุธปืนแก๊ปยาว2กระบอก ซากสัตว์ป่าหลายชนิด และหลบหนีไปได้1คนคือนายเอ ไม่มีนามสกุล เป็นชาวกระเหรี่ยง โดยในการปะทะครั้งนี้มีพรานป่าเสียชีวิต1คน คือนายเทวัญ บำรุงเชื้อ อายุ20ปีเป็นคนไทย ทั้งหมดอาศัยอยู่ในหมู่บ้านห้วยเสือ ม.1 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี  โดยนายมูซอร์ ได้สารภาพว่าร่วมกับนายเทวัญเพื่อนที่ตาย และนายเอที่หลบหนีไปได้ ลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่าเป็นวันที่5 กำลังจะเดินทางกลับบ้าน ก็พบกับเจ้าหน้าที่ จึงเกิดการปะทะยิงต่อสู้กันดังกล่าว

  นายชัยวัฒน์เผยต่อว่า สำหรับพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นป่าลึก ต้องเดินเท้ากว่า6ชั่วโมง จึงประสานกองการบินกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นำเฮลิคอปเตอร์พร้อมเสบียงอาหารไปให้เจ้าหน้าที่ รวมทั้งลำเลียงศพ และผู้ต้องหาออกจากป่า ในเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ก็รู้สึกเสียใจเมื่อมีการสูญเสียชีวิต ก็ขอวิงวอนขาวบ้านทุกคน อย่าได้เข้าไปล่าสัตว์ป่าหรือตัดไม้ทำลายป่า เพราะ เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ส่วนในเรื่องศพของผู้เสียชีวิต ก็จะส่งไปตรวจพิสูจน์ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้ง2ฝ่าย


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน