#เปิดใจครั้งแรก "ปลัด อ.บ้านดุง" หลังถูกมาเฟียคำชะโนดคุกคามหนัก จนต้องขอย้ายหนี ด้าน คณะ กก.แย้ง บอกอาจทำงานจริงจังเกินไป!? (คลิป)




วันที่19  เมษายน 61  เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี รายงาน จากกรณีปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.บ้านดุง ขอย้ายตัวเองออกจากพื้นที่ ระบุสาเหตุมีการคุกคามจากกลุ่มผู้แสวงผลประโยชน์ในพื้นที่วังนาคินทร์คำชะโนด หลังจากที่ปีที่ผ่านมา ทางทหารกองทัพภาคที่ 2 โดย มทบ.24 ค่ายประจักษ์ศิลปาคม อุดรธานี เข้ามาดำเนินการจัดระเบียบภายในคำชะโนดเรียบร้อยไปแล้ว โดยมีการจัดระเบียบร้านค้า จัดระเบียบแผงค้าล็อตเตอรี่ จัดระเบียบสามล้อรับจ้างสกายเล็ป จัดระเบียบความสะอาด จัดระเบียบเงินบริจาคตั้งเป็นมูลนิธิคำชะโนด แต่หลังกำลังทหารถอนกำลังออกจากพื้นที่ ทางอำเภอบ้านดุง และกรรมการบริหารคำชะโนด ร่วมเป็นผู้ดูแลต่อ แต่ปรากฎว่ามีกลุ่มผู้แสวงผลประโยชน์ เข้ามาหาผลประโยชน์อีกครั้ง  

โดยล่าสุดที่อาคารเอนกประสงค์ วังนาคินทร์คำชะโนด ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง มีการประชุมคณะกรรมการบริหารคำชะโนดตามปกติ สัปดาห์ละ1 ครั้ง   ซึ่งมีนายวีระวัฒน์ วงศ์ศรีรักษา นายอำเภอบ้านดึง พันจ่าเอกยศกร เพชรล้ำ ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.บ้านดุง พร้อมกรรมการบริการคำชะโนดประมาณ 25 คน จาก 34 คน ร่วมประชุมตามปกติ โดยไม่มีการพูดถึงเรื่องของการขอย้ายของปลัดอำเภอ แต่อย่างใด ซึ่งการประชุมเป็นไปตามปกติ

 


พันจ่าเอกยศกร เพชรล้ำ ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.บ้านดุง  ได้เปิดเผยว่า  ก่อนหน้าที่จะมีข่าวก็มีลักษณะการเล่นนอกเกม เช่นการขับรถประกบให้กลัวบ้าง ลักษณะการงัดบ้านพักโดยที่ของไม่หายบ้าง ที่เป็นการกระทำเชิงจิตวิทยา ถามว่าเรากลัวไหม เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ที่อาจจะเป็นการข่มขู่ด้วยวาจา ที่เป็นเรื่องปกติที่ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงต้องเจอ ไม่ใช่ว่าที่บ้านดุง แต่จะเป็นแบบนี้ทุกอำเภอที่ต้องเจอแบบตนแน่นอน การขอย้ายไม่ใช่ว่าเป็นการหนีตาย แต่ตนคิดว่าการขอย้ายคือ ถ้าเรายอมถอย คนใหม่ที่จะมาทำงานแทน อาจจะทำให้พื้นที่พัฒนาได้ดีกว่าที่เราทำอยู่ก็ได้

สำหรับในตอนนี้หนังสือคำร้องขอย้ายผมก็เขียนไว้แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ยื่นต่อผู้บังคับบัญชา เมื่อยื่นไปแล้วก็สุดแต่ทางผู้บังคับบัญชาจะให้อยู่ต่อหรือให้ไป เพราะเราเป็นข้าราชการอาชีพ เมื่อมีคำสั่งมา หากอยู่ต่อเราก็ต้องทำเต็มที่กับงานเหมือนเดิม ในฐานะที่เป็นข้าราชการฝ่ายปกครอง ที่ต้องบำบัดทุกข์บำรุงสุข มองผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ถ้าสิ่งที่เราทำเกิดผลประโยชน์ในภาพรวม ไม่ได้เกิดผลประโยชน์กับตัวเอง ก็เป็นวัตถุประสงค์ของกระทรวงมหาดไทยอยู่แล้ว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พอจะระบุได้หรือไม่ว่า กลุ่มไหนที่เข้ามาคุกคามจนทำให้ต้องขอย้ายออกนอกพื้นที่ พันจ่าเอกยศกรฯ ตอบว่า อย่าให้ตนระบุว่าเป็นกลุ่มไหน แต่เป็นกลุ่มที่เสียผลประโยชน์มากกว่า ซึ่งตนก็ไม่ต้องการผูกใจเจ็บ ทางรัฐศาสตร์เขาเรียกว่ากลุ่มผลประโยชน์ ที่มีทั้งเสียและได้ผลประโยชน์ เพราะเราทำให้ชาวบ้านในภาพรวมให้ได้ประโยชน์มากที่สุด ที่เป็นหน้าที่ของเรา อาจทำให้มีความขัดแย้งบ้างเป็นเรื่องธรรมดา

โดยกลุ่มผลประโยชน์ที่คำชะโนด จะมีพวกร้านค้า แผงลอตเตอรี่ เรื่องพิธีกรรม เรื่องเงินบริจาค เรื่องของบทบาทหน้าที่ เรื่องการบริหารงานบุคคล เรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งความจริงสิ่งเหล่านี้มันลดน้อยลงไปเยอะมากแล้ว หากมีการผลักดันเป็นองค์กรที่ถูกต้อง ตั้งมูลนิธิคำชะโนดสำเร็จ แน่นอนว่า หลาย ๆ กลุ่มได้รับผลกระทบแน่นอน

ในตอนนี้ผมไม่ได้ถอยเพราะกลัวเรื่องถูกคุกคาม แต่คิดว่าหากผมถอยออกจากพื้นที่ แล้วมีคนที่เหมาะสมกว่า เข้ามาทำงานแทน อาจจะพัฒนาให้คำชะโนดก้าวหน้าไปได้ ซึ่งการทำงานที่ตรงไปตรงมา อาจจะไม่เหมาะที่จะรวมความร่วมมือ โดยคนที่มีความประนีประนอมมากกว่าตน อาจจะเข้ามาทำงานดีกว่าตนก็ได้ ซึ่งที่ผ่านมา ช่วงที่ทหารเข้ามาดำเนินการจัดระเบียบ ทำให้เกิดความสงบขึ้นจากกลุ่มแสวงผลประโยชน์ เมื่อทหารออกไป ก็ประทุกลับขึ้นมาอีก แต่ไม่เยอะเหมือนก่อน โดยมีความเคลื่อนไหว แบบไม่ประเจิดประเจ้อ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ไม่ถึงกับเป็นผู้มีอิทธิพล หรือมาเฟีย แค่เป็นกลุ่มผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่กวนใจเราตลอดเวลาเท่านั้นเอง

 

 

 

 

 

เสียง นายพงศ์ศักดิ์ ศรีชนะ กำนัน ต.บ้านม่วง กรรมการบริหารคำชะโนด

ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน




ข่าวที่เกี่ยวข้อง